1. ตัดปากกระจับไม่ควรตัดบาง เพราะถ้าพลาดต่อให้มาเติมฟิลเลอร์ก็ไม่สามารถทำให้ปากกลับไปหนาเท่าเดิมได้ และยิ่งอายุมากขึ้นปากยิ่งงุ้มยิ่งบางลงไปอีก
2. ร้อยไหมทำเมื่อจำเป็น อย่าทำบ่อย เพราะมันจะยิ่งมีพังผืดรั้งแน่นใต้ชั้นผิว และอย่าคาดหวังว่าร้อยไหมจะให้ผลเทียบเท่ากับผ่าตัดดึงหน้า
3. ทำหัตถการฟิลเลอร์ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 เดือน อย่าทำกระชั้นชิดเกิน เกิดอะไรขึ้นมาแก้ไม่ทันอีก
4. ฉีดโบท็อกซ์ให้ฉีดทุกจุดที่ต้องการในวันเดียวกัน อย่าทะยอยฉีดบ่อย เพราะการฉีด 1 ครั้ง ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันต่อโบท็อกซ์ จะทำให้คุณดื้อโบท็อกซ์ แต่ไม่ควรฉีดเกิน 300ยูนิตในครั้งเดียวนะ แนะนำฉีดทุก 4-6 เดือนก็พอ
5. อย่าคาดหวังกับหัตถการกลุ่มเครื่องกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน ระยะสั้นหรือผลลัพธ์หลังทำทันที เช่น HIFU, Monopolar RF แนะนำทำทุก 6 เดือน จะทำสลับกันก็ได้ ระยะยาวผิวดีกว่าคนที่ไม่ทำแน่นอน
6. หลุมสิวที่ลึกมากและเป็นมานาน ต่อให้หัตถการหลักแสนก็ไม่สามารถทำให้ผิวกลับมาเรียบ 100% อย่าเชื่อโฆษณาที่เกินจริง
7. เลเซอร์ไม่ใช่หัตถการหลักในการรักษาฝ้า ให้เน้นทาครีมกันแดด เลี่ยงแดด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และทากลุ่มไวเทนนิ่งตามสมควร แต่ถ้ามีงบมาทำเลเซอร์ควบคู่ได้ แต่อย่าคาดหวังผลในครั้งเดียว บางเคสรักษากันเป็นปีถึงค่อยๆ จางลง และถ้ายังตากแดดจัดอยู่เดี๋ยวฝ้าก็กลับมาเป็นอีก
8. กระตื้น กระลึก ทาครีม ทำทรีทเม้นท์ ฉีดเมโสไม่ค่อยหาย ให้ทำเลเซอร์ลดเม็ดสีไปเลย เช่น Q-switch laser, Picosecond laser (กระตื้นทำ 3-5 ครั้ง, กระลึกทำ 5-10 ครั้ง)
9. เลเซอร์ไม่ได้ทำให้ผิวบาง เลเซอร์ไม่ได้ทำให้ผิวบาง และเลเซอร์ไม่ได้ทำให้ผิวบาง
10. รักษาสิวต้องพยายามบาลานซ์ความชุ่มชื้นบนผิวให้ดี อย่าโหมกระหน่ำใช้ยาสิวในช่วงที่ผิวแห้งเพราะจะมีแต่ยิ่งพัง ผิวที่ชุ่มชื้นเกราะป้องกันผิวแข็งแรงมีชัยไปกว่าครึ่ง
11. รอยดำสิวทำเลเซอร์จางไวมากในครั้งเดียว ยิ่งรอยดำที่เข้มๆ ยิ่งจางไว และจางไวกว่าทาครีมมากๆ เผลอๆ ค่าครีมลดรอยแพงกว่าเลเซอร์ 1 ครั้ง
12. ถ้าเลือกทาครีมได้แค่ 1 ตัว จงเลือกครีมกันแดด
13. พวกเครื่องกระชับสัดส่วนอย่าไปหวังผลในการทำให้ผอมและลดน้ำหนัก มันเป็นตัวช่วยเก็บรายละเอียด shape ได้ แต่ถ้าอ้วนอยู่จงคุมอาหารและออกกำลังกาย
14. ถุงใต้ตาที่หย่อนมากๆ รอยถุงลากยาวจนถึงหางตา ให้ตัดถุงใต้ตา ถ้าหลังตัดถุงใต้ตาแล้วตาลึกค่อยมาเติมฟิลเลอร์
15. ฟิลเลอร์ไม่จำเป็นต้องเติมอัดทีเดียวทั่วหน้า ค่อยๆ เติมได้ ไม่พอค่อยเพิ่ม
16. Biostimulator (สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน) ไม่จำเป็นต้องฉีดย้ำๆ ทุกเดือนติดกัน ฉีด 1 ครั้งรอก่อนซัก 3 เดือน ถ้าโอเคแล้วก็ไม่ต้องซ้ำ ถ้าผลยังไม่ค่อยชัดค่อยฉีดซ้ำ
17. จะเข้ารับบริการอะไร ผู้บริโภคมีสิทธิ์ขอดูได้ทั้งชื่อหมอ ตัวยา ปริมาณที่ใช้ ถ้าตุกติกขอดูไม่ได้ตรวจสอบไม่ได้ให้เอ๊ะไว้ก่อนเลย
18. ไม่มีอะไร 100% ในทางการแพทย์ วงการความงามก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นหากเกิดผลไม่พึงประสงค์ควรมั่นใจว่าคลินิกจะดูแลเราต่อเนื่องได้ดี
19. กำจัดขนไม่ได้ทำให้ขนหาย 100% ในครั้งเดียว ต้องมีการทำซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป และเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี ขนอาจกลับมาขึ้นได้ใหม่แต่จะเป็นขนเล็กๆ อ่อนๆ
20. ร้อยไหม Foxy eye , ร้อยไหมเหนียง, ร้อยไหมจมูก เป็นสิ่งที่หมอไม่มีบริการในคลินิก ถ้าใครเคยทำลองมาแชร์ผลลัพธ์หน่อยนะครับ 😅
21. ฟิลเลอร์ปากและฟิลเลอร์หน้าผากเป็นวงการที่เข้าแล้วออกยาก เพราะพอฟิลเลอร์ยุบคุณจะอยากมาเติมอีก
22. เมโสหน้าใสเห็นผลจริง แต่อยู่ได้ไม่นาน ประมาณ 1-2 เดือนก็ต้องมาฉีดใหม่
23. ฉีดโบท็อกซ์แล้วห้ามนอน จะทำหรือไม่ทำก็ได้ไม่ผิด แต่แค่อย่าไปนวดคลึงบริเวณที่เพิ่งฉีดก็พอ
24. โบท็อกซ์รักแร้ ใครเหงื่อเยอะ ฉีดแล้วจะเลิฟมาก สบายตัวสุดไม่เหนอะหนะ ฉีดเยอะหน่อยนะ 50-75ยูนิต/ข้าง
25. โบท็อกซ์ลิฟท์กรอบหน้า และปีกจมูกแสบมากนะ ใครจะฉีดต้องอดทน
26. ฉีด Biostimulator ไม่เสี่ยงต่อการเป็นก้อนเหมือนฟิลเลอร์ ❌ ไม่จริง เป็นก้อนได้ถ้าเทคนิคฉีดไม่ดี ผสมยาเข้มข้นเกิน ยากระจายตัวไม่ดีก็เป็นก้อนได้แล้วแก้ยากว่าฟิลเลอร์ด้วย
27. รอผ่าตัดดึงหน้าทีเดียว ไม่ต้องทำอย่างอื่นก็ได้ ❌ ไม่จริง ผ่าตัดดึงหน้าได้แค่ความตึง ส่วนงานผิว การเติมเต็ม การดูแลผิวต่อเนื่องคุณก็ต้องมาทำหัตถการอื่นอยู่ดี
28. ทำพิโค่เลเซอร์หน้าต้องเลือดเท่านั้นถึงจะได้ผลดี ❌ ไม่จริง พิโค่เลเซอร์มีหลายโหมด ควรยิงเฉพาะโหมดที่จำเป็นและตรงปัญหาผิว บางคนยิงหน้าเลือดผิวพังกว่าเดิม
29. หยุดใช้ครีมทาเพื่อรักษาหลุมสิว มันไม่เห็นผล
30. กระเนื้อ ติ่งเนื้อ ไม่ต้องรอให้เม็ดใหญ่แล้วค่อยมาจี้รักษา การจี้รักษาตั้งแต่เม็ดเล็กๆ แผลหายเร็วและไม่ค่อยทิ้งรอย

Leave A Comment